วันพุธที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2557

สวยประชดผัวถูกขอหย่าทำศัลยกรรมทั้งตัว

hntns8bpy0llpzcgkqbe-600x271 copy
ต้องบอกว่าเรื่องของการศัลยกรรมนั้นเป็นเรื่องที่ดูกี่ครั้งๆก็ไม่มีเบื่อและพูดกันไม่หยุดสิ้น  เพราะใกล้ตัวและผู้หญิงร้อยทั้งร้อยอยากจะ “สวย” บางคนอาจจะคิดว่ารูปร่างภายนอกนั้นไม่สำคัญคนเราถ้าจะรักกันก็ต้องดูที่จิตใจ  แต่ในความเป็นจริงนั้นเชื่อเหอะว่าอันดับแรกก็ต้องมองที่หน้าตามาก่อนอยู่ดี
ถึงแม้ว่าจะตกลงใจแต่งงานไปแล้วก็ตามที ความรักที่เคยมีก็เปลี่ยนแปลงได้เช่นกัน  ดูจากสาวน้อยคนนี้เธอช่างน่าสงสารจริงๆเพราะสามีที่แต่งงานอยู่กินกันมาหลายปี จู่ๆก็ขอหย่าขึ้นมาซะงั้นด้วยเหตุผลที่ว่า“เธอไม่สวย และอายที่จะพาไปเจอเพื่อน”  ช่างทำร้ายจิตใจกันจริงๆ
แต่งานนี้แทนที่เธอจะฟูมฟายกลับฮึดสู้ส่งเรื่องราวนี้ไปที่รายการ  Plastic Surgery Reality TV show  รายการชื่อดังของเกาหลี  จนได้เข้ามาทำความฝันให้เป็นจริง  ตั้งแต่เหลากราม  ทำจมูก  ฉีดโบท็อกซ์  ดึงหน้า  ทำตา  ทำริมฝีปาก  ตลอดการทำที่ใช้เวลานับเดือนก็มีผู้ชมคอยติดตามให้กำลังใจเธอตลอดเวลา
หลังจากนั้นเชื่อไหมว่าสามีของเธอเมื่อเห็นเมียตัวเองสวยราวกับคนละคนก็เลยเลิกคิดเรื่องหย่าแล้วขอกลับมาคืนดีกับเธอทันทีเลย   แล้วอีกอย่างอยากจะเห็นว่าหน้าตาของสามีเธอนั้นเป็นอย่างไรถึงได้ดูถูกเมียตัวเองซะขนาดนั้น!!!

ฉุนแซวแฟน! หนุ่มโหดยิงแท็กซี่ดับ แม้ผู้ตายยกมือไหว้ขอชีวิต

ฉุนแซวแฟน! หนุ่มโหดยิงแท็กซี่ดับ แม้ผู้ตายยกมือไหว้ขอชีวิต
นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com
เมื่อเช้ามืดวันที่ 8 เม.ย. เวลาประมาณ 03.00 น. พ.ต.ต.สันติ ผิวทองคำ พงส.ผนก. สน.วังทองหลาง รับแจ้งเหตุชายถูกยิงที่บริเวณซอยลาดพร้าว 114 แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กทม. ที่เกิดเหตุเป็นอพาร์ตเมนต์ภายในซอยลาดพร้าว114 ผู้ได้รับบาดเจ็บชื่อ นายดวงจันทร์ บัวเขียว อายุ 39 ปี ชาวอำเภอเลิกนกทา จังหวัดยโสธร มีอาชีพขับรถแท็กซี่รับจ้าง พลเมืองดีนำตัวส่งโรงพยาบาลลาดพร้าวและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ถูกยิง 3 นัด ท้อง 2 นัด ขาซ้าย 1 นัด ปลอกกระสุนปืนขนาด.45 จำนวน 5 ปลอกตกอยู่ในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
จากการสวนผู้เห็นเหตุการณ์เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุ ผู้ตายกับคนร้าย มีเรื่องทะเลาะวิวาทกัน เพราะก่อนหน้านี้ผู้ตายไปแซวแฟนสาวของคนร้าย แล้วเกิดชกต่อยกันขึ้น โดยคนร้ายสู้ไม่ไหวจึงวิ่งกลับไปเอาปืนมาก่อเหตุ ทั้งนี้ ทั้ง 2 คนวิ่งไล่กันมาจากบริเวณกลางซอยลาดพร้าว 114 จากท้ายซอยมาปากซอย และมาชกต่อยกันที่บริเวณอพาร์ตเมนต์ดังกล่าว
หลังชกต่อยกันเสร็จคนร้ายได้วิ่งกลับเข้าซอยไป ส่วนผู้ตายนึกว่าจบเรื่อง จึงล้างหน้าที่ตู้กดน้ำ ทว่าคนร้ายกลับมายังจุดเกิดเหตุอีกครั้งพร้อมกับอาวุธปืน ผู้ตายได้ยกมือไหว้แต่ไม่สำเร็จ ผู้ก่อเหตุยิงใส่จำนวน 5 นัด แล้วหลบหนีไป ต่อมา ตำรวจทราบชื่อผู้ก่อเหตุคือ นายธีรภัทร์ รัตนพันธ์ ชาว ตำบลป่าระกำ อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช มีอาชีพขายเสื้อผ้าอยู่หน้ารามฯ
เบื้องต้นเจ้าหน้าตำรวจได้ขออนุญาตออกหมายจับที่ศาลอาญา เลขที่ 596/2557 ลงวันที่ 8 เม.ย. ข้อหาฆ่าผู้อื่น มีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พกอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนติดตัวไปในเมืองหมู่บ้าน หรือ ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ที่ต้องมีติดตัวและไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว และได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีต่อไป
ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก ข่าวสดออนไลน์

หญิงเปลือยมะกันพังร้านฟาสต์ฟู้ด ฉุนพนักงานไม่ยอมออรัลเซ็กส์

หญิงเปลือยมะกันพังร้านฟาสต์ฟู้ด ฉุนพนักงานไม่ยอมออรัลเซ็กส์
นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com
(10 เม.ย.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า หลังมีคลิปวงจรปิด ภาพเหตุการณ์หญิงสาวอเมริกันรายหนึ่งแก้ผ้าเปลือยกายเหลือเพียงกางเกงชั้นใน อาละวาดขว้างปาถาดและกวาดทุกอย่างบนเคาน์เตอร์ลงพื้น ในร้านฟาสต์ฟู้ดชื่อดัง แถบพิเนลลาสปาร์ค ก่อนเข้าไปด้านหลังเคาน์เตอร์ พยายามพังเครื่องจ่ายน้ำอัดลมและขว้างปาข้าวของเข้าใส่พนักงาน แล้วหาไอศกรีมรับประทาน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจพิเนลลาสปาร์ค ยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง เมื่อวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่าหญิงคนดังกล่าวชื่อ นางซานดรา ซัวเรซ วัย 41 ปี สาเหตุที่อาละวาดพังข้าวของเพราะไม่พอใจพนักงานร้านฟาสต์ฟู้ดคนหนึ่ง ที่ปฏิเสธคำขอทำออรัลเซ็กซ์ให้เธอในที่จอดรถ
ต่อมานางซัวเรซ ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลนอร์ทไซด์ เพื่อตรวจอาการ แต่คณะแพทย์สรุปว่าหญิงรายนี้ไม่ได้เมายาหรือเมาเหล้า จึงถูกแจ้งข้อหาเป็นอันตรายต่อสาธารณะและขัดขืนการจับกุม แต่ศาลอนุญาตให้ประกันตัวออกไปในวงเงิน 7,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ
ล่าสุด นางซัวเรส ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวฟ็อกซ์ 13 อ้างว่าเธอป่วยเป็นโรคไบโพลาร์หรือโรคอารมณ์สองขั้ว และจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้เลย

อย่างไรก็ตามพนักงานของร้านฟาสต์ฟู้ดดังกล่าวได้ถูกไล่ออกแล้ว เนื่องจากโพสต์วิดีโอนี้ลงสื่อสังคมออนไลน์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากบริษัท

วันจันทร์ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2557

ทำไมโทรศัพท์บน MH 370 ถึงยังดังเหมือนสายว่าง?

 ถึงยังดังเหมือนสายว่าง?
ครอบครัวของผู้โดยสารบนเครื่องบินโบอิ้ง 777-200 อีอาร์ ของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ส เที่ยวบิน เอ็มเอช 370 ที่หายไปอย่างไร้ร่องรอยจนเป็นข่าวโด่งดังไปทั่วโลกในเวลานี้
บางคนเปิดเผยว่า ผ่านไประยะเวลาหนึ่งแล้ว เมื่อยกหูโทรศัพท์มือถือโทร.ไปหา ยังคงมีเสียงตอบรับเหมือนสายว่าง แต่ไม่มีคนรับ จนกระทั่งสายถูกตัดไปในที่สุด
หรือนั่นแสดงว่า โทรศัพท์ของผู้โดยสารรายนั้นๆ ยังทำงานได้อยู่? แล้วทำไมไม่มีใครรับ?
ฟังดูเหมือนจะเป็นเรื่องลึกลับ มหัศจรรย์พันลึก นอกเหนือจากขอบเขตข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์อยู่บ้าง แต่ตามข้อเท็จจริงแล้วเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องลึกลับมหัศจรรย์ใดๆ ทั้งสิ้น
เจฟฟ์ คาแกน นักวิเคราะห์อุตสาหกรรมโทรศัพท์มือถือ ยืนยันว่า กรณีดังกล่าวไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใดทั้งสิ้น และถ้าใครทำความเข้าใจกระบวนการทำงานของโทรศัพท์มือถือที่เราใช้กันอยู่ในเวลานี้ ก็จะสามารถเข้าใจได้ทันทีว่าทำไมถึงมีเสียงตอบรับเหมือนสายว่าง หรือในบางกรณีมีเสียงเพลงขณะรอสายดังขึ้นด้วยซ้ำไป
กระบวนการทำงานของโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือมือถือ เมื่อมีการกดหมายเลขโทรศัพท์ของเครื่องปลายทางนั้น จำเป็นต้องใช้ระยะเวลาช่วงหนึ่งก่อนที่จะแล้วเสร็จ คือก่อนที่จะรับรู้ว่าเครื่องปลายทาง "สายไม่ว่าง" หรือ "อยู่นอกขอบเขต" การทำงานของเซลล์ไซต์
ในช่วงเวลาดังกล่าวนี้เองที่ผู้ให้บริการเครือข่ายจะทำให้เกิดเสียงสัญญาณเหมือนสายว่างไว้เพราะไม่ต้องการให้ผู้ที่กดหมายเลขติดต่อวางหูโดยเร็วแล้วต้องกดหมายเลขเดิมซ้ำอีก
ในการทำงานของระบบเครือข่ายมือถือนั้นเมื่อเราหมุนหาหมายเลขโทรศัพท์จะเป็นหมายเลขใดก็ตามทีระบบจะค้นหาหมายเลขดังกล่าวว่าเปิดเครื่องอยู่หรือไม่ สายว่างหรือไม่ โดยค้นหาจากเซลล์ไซต์ที่เดียวกันกับมือถือที่หมุนหมายเลขเป็นลำดับแรก ในกรณีที่เจอก็จะส่งสัญญาณตอบกลับได้ทันทีว่าว่างหรือไม่ แต่ในกรณีที่ไม่เจอหมายเลขดังกล่าวก็จะส่งสัญญาณไปควานหาในเซลล์ไซต์ถัดออกไป ถัดออกไปเรื่อยๆ จนกระทั่งได้ข้อสรุปในที่สุดว่าสายว่างหรือไม่ อยู่ในหรืออยู่นอกขอบเขตการให้บริการ ถ้าสายว่างและอยู่ในเครือข่ายก็จัดการเชื่อมต่อให้ แต่ถ้าไม่ สัญญาณก็จะตัดการเชื่อมต่อทิ้งไป
ดังนั้น เสียงที่เราได้ยินไม่ว่าจะเป็นเสียงเพลงรอสาย หรือเสียงสัญญาณการพยายามเชื่อมต่อ เป็นสัญญาณ "ตู๊ด-ตู๊ด" ยาวๆ นั้น ไม่ได้เป็นเสียงที่เกิดจากการตอบรับของโทรศัพท์เครื่องที่เราหมุนไปหาแต่อย่างใด แต่เป็นเสียงที่ผู้ให้บริการสร้างขึ้นเท่านั้นเอง
เหตุการณ์ทำนองเดียวกันนี้เกิดขึ้นได้ แม้เครื่องโทรศัพท์หมายเลขที่เราหมุนไปหานั้นถูกทำลาย หรือแม้แต่จมอยู่ในน้ำ หรือไม่ได้อยู่ในอาณาเขตของเซลล์ไซต์ของเครือข่ายใดๆ ก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นจึงเป็นเสียงที่เกิดจากระบบของผู้ให้บริการเท่านั้น ไม่ใช่เรื่องลึกลับซับซ้อนแต่อย่างใด
เพียงแต่ว่า ได้สร้างความคาดหวังปลอมๆ ขึ้นเท่านั้นว่า อาจบางที เจ้าของหมายเลขดังกล่าวอาจปกติสุขดีอยู่เท่านั้นเอง
ที่มา : นสพ.มติชน

ส่อแววรักไม่รอด!! แตงโม ภัทรธิดา – โตโน่ ภาคิน เลิกฟ้าแล่บ

ส่อแววรักไม่รอด!! แตงโม ภัทรธิดา – โตโน่ ภาคิน เลิกฟ้าแล่บ
นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com
หลังจากนางเอกสาวเจ้าของฉายา ฝีปากไร้ตะกร้อ "" สร้างประเด็นดราม่าชั่วข้ามคืนไว้ด้วยการโพสต์ข้อความขอโทษและแนะนำ "ผู้ดูแลศิลปิน" ของค่ายดัง ซึ่งทำหน้าที่ดูแล "โตโน่ ภาคิน"ในงานอีเว้นท์งานหนึ่ง จนบรรดาแฟนคลับและเพื่อนดาราที่พบเห็นบางกลุ่มเกิดความรู้สึกไม่พอใจในการกระทำของเธอ พร้อมใจกันโพสต์ข้อความ, ภาพถ่าย รวมถึงแฮชแท็กคำว่า #PRAY FOR NI_OMO กันอย่างต่อเนื่องในโลกโซเชียล...
ซึ่งล่าสุดก็ได้มีกระแสข่าวลืออกมาอีกว่า ณ ตอนนี้ความสัมพันธ์หวานชื่นของทั้งคู่เริ่มส่อแววสั่นคลอนอีกครั้ง เมื่อสาว "แตงโม ภัทรธิดา" เปลี่ยนรูปถ่ายประจำตัวในอินสตาแกรมจากที่เคยเป็นรูปคู่แฟนหนุ่ม "โตโน่ ภาคิน" ให้กลายเป็นรูปก้านไม้ขีดที่ถูกไฟไหม้ไปทีละน้อย นอกจากนี้แล้วหลายคนยังจับสังเกตุอีกด้วยว่าสถานะการติดตามของทั้งคู่ในอินสตาแกรมก็ไม่เหมือนเดิมแล้วด้วย
และขณะที่ข้อความในอินสตาแกรมของทั้งคู่ก็เช่นเดียวกัน เพราะเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา โตโน่ ได้โพสต์ข้อความระบายความรู้สึกถึงมุมมองความรักของตนเองให้แฟน ๆ ได้อ่านโดยข้อความดังกล่าวนั้นมีเนื้อหาว่า...
"ความรักนั้น ต้องอดทนนานและมีใจปรานี ความรักไม่อิจฉา ไม่อวดตัว ไม่หยิ่งผยอง ไม่หยาบคาย ไม่เห็นแก่ตัว ไม่ฉุนเฉียว ไม่ช่างจดจำความผิด ไม่ชื่นชมยินดีในความอธรรม แต่ชื่นชมยินดีในความจริง ความรักทนได้ทุกอย่าง เชื่ออยู่เสมอ มีความหวังและความทรหดอดทนอยู่เสมอ"
ส่วนทางด้านสาว แตงโม เองก็ได้เขียนข้อความพูดถึงเรื่องความรักผ่านลงอินสตาแกรมของเธอเช่นเดียวกัน และถึงแม้ในตอนท้ายเจ้าตัวจะลงสัญลักษณ์แสดงให้เห็นว่าเป็นเพียงบทเพลง แต่ข้อความดังกล่าวก็ทำให้แฟน ๆ อดคิดถึงความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไม่ได้อยู่ดี...
"คําบางคําก็อาจที่จะสื่อสารด้วยคําพูดหนึ่ง แต่คําคํานึงเปลี่ยนแปลงอะไรๆ ได้ตั้งมากมาย ก็เพราะทุกสิ่งที่เอ่ยมาสะท้อนความจริงของใจ อย่ามาใช้คำบางคำเพื่อนเปลี่ยนแปลงอะไร เมื่อสิ่งต่าง ๆ ได้กลืนหายไป พร้อมใจที่สุดไปกับคำพูดของเธอ แต่ว่าคำบางคำได้เปลี่ยนคนบางคน ที่ต้องทุกข์ต้องทนต้องเจ็บซ้ำเท่าไหร่ ทบทวนดูก่อนดีดี ก่อนเธอจะพูดออกไป อีกครั้ง"
เรียกได้ว่าตอนนี้ข้อความที่ทั้งคู่โพสต์นั้นสร้างความสงสัยให้กับบรรดาแฟนคลับเป็นอย่างมากว่าสรุปแล้ว สถานะหัวใจของทั้งคู่สิ้นสุดลงแล้วหรือไม่ และดูเหมือนว่าถ้าผลที่ออกมาคือ สิ้นสุดลงจริง ๆ เราคงมีโอกาสได้เห็นฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งดิ้นทุรนทุรายเพราะความรักอย่างที่เคยพูดอย่างแน่นอน....

“ซาร่า มาลากุล“ โพสต์รูปชุดชั้นใน ฝีมือแฟนฝรั่ง

“ซาร่า มาลากุล“ โพสต์รูปชุดชั้นใน ฝีมือแฟนฝรั่ง
นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com
อู้วววว "" จัดเอง!!! โพสต์ภาพชุดชั้นในสีดำสุดเซ็กซี่ ฝีมือแชะภาพโดยแฟนฝรั่ง
เผยภาพเซ็กซี่ออกมาเรื่อยๆ สำหรับสาว "ซาร่า มาลากุล" ล่าสุด ก็เผยภาพชุดชั้นใน ฝีมือแฟนหนุ่มออกมาให้แฟนๆ ได้ยลเป็นบุญตา โดยสาว "ซาร่า มาลากุล" โพสต์ภาพสุดเซ็กซี่ของตัวเองสวมชุดชั้นในสีดำลายลูกไม้สุดเซ็กซี่ นอนราบอยู่กับพื้นและเล่นน้ำในสระลงอินสตาแกรม โดยระบุว่าเป็นฝีมือการแชะภาพ แฟนหนุ่มฝรั่งรูปหล่อ "เจเร็ด โคห์น"

ระทึก! โยนระเบิดน้อยหน่าเฉียดด่านทหารชิดลม

ระทึก! โยนระเบิดน้อยหน่าเฉียดด่านทหารชิดลม
นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com
(18 มี.ค.) ทีมโฆษกตร. แจ้งว่า เวลาประมาณ 05.30 น. วันนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลุมพินี ได้รับแจ้งจาก รปภ.อาคารต้นสนทาวเวอร์ ว่าพบระเบิดบริเวณหน้าอาคารดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลุมพินี พร้อม ชุด EOD ได้เข้าทำการปิดล้อม และตรวจสอบระเบิดดังกล่าว
จากการเก็บกู้พบว่าเป็นระเบิดแบบน้อยหน่า (MK 2) ดึงสลักออกแล้ว แต่ไม่ระเบิด จากการสอบถามพยานในที่เกิดเหตุ เชื่อว่าคนร้ายน่าจะโยนมาจากสะพานลอย ฝ่ายสืบสวน สน.ลุมพินี จะได้ทำการสืบสวนหาตัวคนร้ายต่อไป
ขณะที่พ.ต.อ.ไชยา คงทรัพย์ ผกก.สน.ลุมพินี ได้รับแจ้งเหตุพบวัตถุระเบิดตกอยู่ที่หน้าอาคารต้นสนทาวเวอร์แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ จึงแจ้งพนักงานสอบสวน ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด บช.น. และเจ้าหน้าที่ทหาร
ทั้งนี้ ที่เกิดเหตุอยู่หน้าอาคารห่างจากจุดตรวจแยกชิดลมของทหาร มุ่งหน้ามาทางแยกเพลินจิต 100 เมตร บริเวณลานด้านหน้าอาคารพบวัตถุระเบิดสังหารชนิด MK 2 ถูกดึงสลักออกแล้วพร้อมทำงาน แต่เรือนชนวนหักทำให้ไม่ระเบิด เจ้าหน้าที่ได้เก็บกู้ไว้ได้ทัน จากการสอบสวนพบว่าทางรปภ.ของอาคารเป็นผู้พบ โดยระหว่างที่เข้าเวรอยู่ได้ยินเสียงวัตถุมาตกกระแทกกับพื้น จึงไปตรวจสอบดู จนเห็นว่าเป็นระเบิดตกอยู่จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาตรวจสอบทันที
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่พบว่าเรือนชนวนของระเบิดหักทำให้ระเบิดไม่ทำงานตอนนี้จึงต้องตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงเพื่อหาตัวคนร้ายที่ปาระเบิดเข้ามาใส่อาคารเพื่อมาดำเนินคดีต่อไป

โฆษณาเสื้อโปโล

เสื้อสกรีน ขายส่งเสื้อยืด คอกลม เสื้อยืดขายส่ง