วันพุธที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2557

จวกยับ! สาวโยนแมวใส่เคาน์เตอร์รพ.สัตว์ ก่อนขับรถหนี

จวกยับ! สาวโยนแมวใส่เคาน์เตอร์รพ.สัตว์ ก่อนขับรถหนี
นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com
(21 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในโลกออนไลน์กำลังวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างแพร่หลาย กรณีเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลสัตว์แห่งหนึ่ง ในจังหวัดชลบุรี เผยแพร่คลิปจากกล้องวงจรปิดพร้อมบรรยายเหตุการณ์ผ่านยูทูป และเว็บไซต์พันทิป ตั้งแต่วันที่ 18 ส.ค. ที่ผ่านมา ตั้งชื่อเรื่องว่า "คนสมัยนี้ทำไมใจร้ายจังคะ โยนแมวได้ขนาดนี้ จิตใจคุณทำด้วยอะไรคะ"
เหตุการณ์ในคลิปปรากฏภาพหญิงสาวคนหนึ่ง เดินอุ้มแมวเข้าไปในรพ.สัตว์ จู่ๆ ก็โยนแมวข้ามเคาน์เตอร์ด้านหน้าที่มีพนักงานนั่งอยู่ ท่ามกลางความตกใจและงุงงของผู้อยู่ในเหตุการณ์ ก่อนที่สาวใจร้ายรายนี้จะเดินไปขึ้นรถออกไป ซึ่งข้อความระบุว่า
'จิตสำนึก' อาจเป็นคำง่ายๆที่บาง­คนไม่เข้าใจ... การที่คุณตัดสินใจเลี้ยงสัตว์ อย่างน้อยๆคุณควรที่จะมีความรับผิดชอบต่อชีวิตเค้า ไม่ใช่พอไม่ต้องการก็โยนทิ้งเหมือนสิ่งของ­นะคะ...
เมื่อวานนี้มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาในโ­รงพยาบาลสัตว์แห่งหนึ่ง แถวพัทยา ซึ่งดิฉันทำงานอยู่ที่นี่ ในตอนแรกคิดว่าคนนี้จะมารักษาสัตว์ตามปกติ แต่อยู่ๆ ก็เปิดประตูเข้ามาแล้ว "โยน" แมวข้ามเคาท์เตอร์มาตกลงบนเก้าอี้ โครม!!! แล้วขับรถหนีไปอย่างรวดเร็ว...
คือที่นี่เป็นโรงพยาบาลสัตว์ มีไว้สำหรับรักษาสัตว์นะคะ ไม่ใช่สถานสงเคราะห์สัตว์เลี้ยงที่คุณไม่ต­้องการแล้ว... แล้วโยนแมวเข้าร้านมาขนาดนี้ แมวนะคะไม่ใช่ลูกบาสเกตบอล อีกนิดแล้วก็จะลงถังขยะแล้วค่ะ
ถ้าคุณเอาแมวมาวางไว้ดิฉันยังไม่รู้แย่ขนาดนี้ แต่นี่คือคุณ...โยน....แมว แมวไม่ได้มีปีกเหมือนนกนะคะ แต่ยังดีที่ร้านเพิ่งซ่อมกล้องวงจรปิดไปเล­ยจับภาพของผู้หญิงใจร้ายคนนี้พร้อมเลขทะเบ­ียนรถไว้ได้ค่ะ
ฝากไว้นิดนึงนะคะ ...ว่าสัตว์เค้าก็มีชีวิตมีความรู้สึกเหมื­อนเรา ถ้าไม่ได้รักเค้าก็อย่าไปทำร้ายเค้าเลยค่ะ­..."
ล่าสุด เจ้าของเรื่องได้อัพเดทเหตุการณ์ดังกล่าว ระบุว่า ตอนนี้ได้แจ้งความกับตำรวจและทราบชื่อของบุคคลในกล้องวงจรปิดแล้วค่ะ สำหรับท่านที่สงสัยว่าโกรธคนในร้านหรือเปล่านะคะ จากการตรวจสอบชื่อได้รับมา ไม่พบว่าเป็นเจ้าของสัตว์ที่เคยมารักษาที่นี่ค่ะ ส่วนน้องแมวนะคะ ได้ติดต่อกับทางบุคคลที่สนใจจะอุปการะแล้วค่ะ ทางร้านจะถ่ายพยาธิ ฉีดวัคซีน และทำหมันให้ค่ะ

ระทึก! หลังคาปั๊มน้ำมันถล่มทับรถ ครูผัวเมียเฉียดตาย

ระทึก! หลังคาปั๊มน้ำมันถล่มทับรถ ครูผัวเมียเฉียดตาย
นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com
(20 ส.ค.) เมื่อเวลา 20.30 น. มีรายงานว่า มูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์ นครปฐม รับแจ้งขอความช่วยเหลือเหตุหลังคาปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ริมถนนทรงพล เลขที่ 81/2 ริมถนนทรงพล อ.เมืองนครปฐม พังถล่มลงมาทับรถยนต์ หลังจากรับแจ้งแล้วได้ระดมเจ้าหน้าที่มูลนิธิออกตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุนั้นเป็นปั๊มน้ำมันบางจากกรีนเนส สาขานครปฐม ตั้งอยู่ในเนื้อที่ 2 ไร่เศษ เป็นปั๊มน้ำมันยุคใหม่ เซลฟ์เซอร์วิส แบบบริการด้วยตนเอง โดยมีตู้หยอดเงินอยู่ด้านข้างตู้หัวจ่าย มีทั้งหมด 6 หัวจ่าย พบว่าหลังคาถล่มจนเอียงลงมาข้างหนึ่งทับรถยนต์เก๋ง โตโยต้าอัลตีส สีขาว ทะเบียน 1 กฆ-2539 กรุงเทพฯ ที่ด้านหน้ารถห่างจากที่นั่งคนขับไม่ถึง 1 เมตร กระจกหน้ารถแตกกระจาย
นายกฤช สมจิตต์ อายุ 46 ปี อาจารย์สอนโรงเรียนสารสาสน์วิเทศน์ ต.ดอนยายหอม อ.เมืองนครปฐม เจ้าของรถเผยว่า ตนมาเติมน้ำมันที่ปั๊มแห่งนี้ประจำ ขณะเกิดเหตุตนกำลังหยิบหัวจ่ายน้ำมันมาเติม ได้ยินเสียงดังแอ๊ดก่อนที่หลังคาจะหักเอียงลงมาทับรถ โชคดีที่ไม่มีรถคันอื่นเข้ามาเติมน้ำมัน หากถ้าเป็นช่วงปกติที่ฝนไม่ตก คงมีคนมาเติมน้ำมันเยอะอาจจะกลายเป็นโศกนาฎกรรมwfh ไม่เข้าใจว่ามันถล่มลงมาได้อย่างไร แต่เมื่อเห็นสภาพแล้วก็แปลกใจว่าตนและภรรยารอดมาได้อย่างไร หากขยับรถเดินหน้าไปนิดเดียวคงมีคนเจ็บหรือเสียชีวิต
ด้านนางอริยา สมจิตต์ อายุ 45 ปี อาจารย์โรงเรีนมารีย์อุปถัมภ์ อ.สามพราน จ.นครปฐม ที่รอดชีวิตมาอย่างหวุดหวิดจากเหตุการณ์ดังกล่าวเผยวินาทีเฉียดตาย ว่า ก่อนเกิดเหตุฝนตกลงมาอย่างหนัก ตนเองกับสามีกลับจากทำธุระเลยแวะเติมน้ำมัน เมื่อจอดรถสามีก็ลงจากรถเพื่อไปหยอดเงินเติมเข้าตู้และเติมน้ำมันเอง ระหว่างนั้นตนเองนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่ในรถที่นั่งด้านหน้า จู่ๆก็ได้ยินเสียงดังแอ๊ดหลังคาก็หล่นลงมาดังโครมที่ด้านหน้าฝากระโปรงจนรถกระดอนกระจกหน้าแตกประตูหน้าเปิดไม่ได้ ส่วนสามีก็วิ่งหนีตายไปด้วย สามีได้สติได้วิ่งเข้ามาที่รถแล้วตะโกนให้หาทางออกโดยคลานออกด้านประตูหลังเพราะกลัวจะระเบิด เมื่อคลานออกมาได้วิ่งหนีตายไปตั้งหลัก
ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุ พนักงานปั๊มน้ำมันได้แจ้งไปยังบริษัทบางจาก กรีเนส สำนักงานใหญ่ ซึ่งได้รับแจ้งว่าจะขอรับผิดชอบในความเสียหายทั้งหมด และจะเดินทางมาพร้อมวิศวกร ตรวจสอบโครงสร้างเพื่อหาสาเหตุของหลังคาที่ถล่มลงมาว่าเกิดจากอะไร คานเสารับน้ำหนักหลังคาพอหรือไม่ ซึ่งแบบที่สร้างนั้นจะเหมือนกันทั่วประเทศ จะเดินทางมาตรวจในวันรุ่งขึ้น ส่วนนายกฤชและนางอริยา สองสามีภรรยา ยังไม่ประสงค์ที่จะแจ้งความต้องรอผลการเจรจากับทางบริษัทตามข้อเรียกร้องก่อน

ในหลวงพระราชทานความช่วยเหลือ “น้องเขียว“ ด.ญ.วัย 12 ถูกทิ้งลำพัง

ในหลวงพระราชทานความช่วยเหลือ “น้องเขียว“ ด.ญ.วัย 12 ถูกทิ้งลำพัง
นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com
(20 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายดิสธร วัชโรทัย ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ มอบหมายให้ นายเกรียงเดช วัฒนวงษ์สิงห์ ปลัดจังหวัดอุบลราชธานี และนางศรีนภา สวัสดิกุล เจ้าพนักงานพัฒนาสังคมชำนาญงาน สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดอุบลราชธานี เดินทางไปรับตัว ด.ญ.พิสมัย หรือ น้องเขียว งอกสุข อายุ 12 ปี เด็กหญิงที่อาศัยอยู่บ้านเพียงลำพัง ไม่เจอหน้าพ่อแม่มากว่า 10 ปี ที่ โรงเรียนบ้านคำหมาในร่องเข ตำบลนาเลิน อำเภอศรีเมืองใหม่ จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อนำเด็กหญิงพิสมัย มาพักอาศัยชั่วคราว อยู่ที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดอุบลราชธานี ในระหว่างการประสานงานเข้าศึกษาต่อ ที่ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 32 ต.ไร่น้อย อ.เมืองอุบลราชธานี ในวันจันทร์ ที่ 25 สิงหาคม
เมื่อมาถึงบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดอุบลราชธานี นายณัฐคณิน มาลาสาย หัวหน้า บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดอุบลราชธานี และคณะเจ้าหน้าที่ประจำบ้านพักมาช่วยรับตัวเด็กไว้ในความดูแล พร้อมกล่าวว่า เด็กหญิงพิสมัย จะอยู่ในความดูแลของบ้านพักเด็ก โดยจะมีการจัดที่พักเป็นห้องนอนรวม 3 เตียง มีอาหารครบ 3 มื้อ พร้อมจัดนักจิตวิทยา มาคอยพูดคุย เพื่อปรับสภาพฟื้นฟูจิตใจของเด็กหญิงพิสมัย ซึ่งเด็กหญิงพิสมัยจะพักอาศัยอยู่ที่บ้านเด็กนี้ 5 วัน ในช่วงเช้าวันที่ 25 สิงหาคม ทางบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดอุบลราชธานี จะนำตัวเด็กหญิงพิสมัย ไปส่งที่โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 32 เพื่อศึกษาเล่าเรียนต่อไป
ด้าน นายพันคำ ศรีพรม ผอ.ร.ร.ราชประชานุเคราะห์ 32 อุบลราชธานี เปิดเผยว่า ทางมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ได้ให้ความอนุเคราะห์เด็กหญิงพิสมัย ให้ศึกษาเล่าเรียน ที่โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 32 ซึ่งจะมีทุนการศึกษา จนกว่าเด็กหญิงพิสมัยจะเรียนได้สูงสุด โดยทางโรงเรียนมีที่พัก และอาหาร พร้อมครูคอยดูแลอย่างใกล้ชิด โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น
ขณะที่ ด.ญ.พิสมัย กล่าวว่า ปลาบปลื้มในพระมหากรุณาธิคุณที่ทำให้ได้มีชีวิตใหม่ สัญญาว่าจะตั้งใจเรียนหนังสือ และเป็นคนดีของสังคม และจะเรียนให้ได้สูงที่สุดโดยตนใฝ่ฝันจะเป็นหมอเพื่อมาช่วยเหลือผู้อื่นด้วย
อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบทราบว่า น้องเขียวมีญาติคือยายและน้าชาย แต่มีอาการทางประสาทอาศัยอยู่กระท่อมปลายนา จึงส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปดูแล ส่วนพ่อแม่ของน้องเขียวทำงานก่อสร้างอยู่ที่ จ.ชลบุรี

วันศุกร์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2557

คู่รักอังกฤษเล่นเซ็กซ์ริมถนน ชาวบ้านแตกตื่นเสียงดัง

คู่รักอังกฤษเล่นเซ็กซ์ริมถนน ชาวบ้านแตกตื่นเสียงดัง
นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com
ชาวบ้านทนไม่ไหวหนุ่มสาวเมืองผู้ดีมีเพศสัมพันธ์กันข้างถนน ส่งเสียงดังรบกวนจนคนแตกตื่น 
(15 ส.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานพฤติกรรมของหนุ่มสาวที่นึกสนุกมีเพศสัมพันธ์กันกลางถนน ชาวบ้านตื่นตกใจเสียงดังนึกว่ามีเหตุร้ายสัตว์ป่าบุก  
รายงานระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่ริมถนนในเมืองเคมบริดจ์ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ คู่รักวัยรุ่นนึกสนุกมีเพศสัมพันธ์กันแบบโจ๋ครึ่มริมถนนในช่วงเวลากลางดึก ขณะที่ชาวบ้านละแวกดังกล่าวกำลังนอนหลับพักผ่อนเป็นต้องสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงร้องดังคล้ายมีเหตุร้าย
ด้าน นายคริสเตียน เกรย์ ชาวบ้านผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ขณะที่ตนกำลังนอนหลับนั้น ปรากฎว่าได้ยินเสียงร้องดังนึกว่าเกิดเหตุร้ายจึงลุกขึ้นมาดู และต้องตกใจมากกว่าเดิมเนื่องจากภาพที่เห็นคือคู่รักกำลังมีเพศสัมพันธ์แบบไม่อาย เขาจึงตัดสินใจหยิบกล้องวีดีโอมาบันทึกภาพและนำไปประจานในโลกโซเชียล ซึ่งในภาพชายหนุ่มได้ชูสองนิ้วให้กับกล้อง ทำให้เห็นถึงพฤติกรรมของเด็กหนุ่มว่าไม่ได้สะทกสะท้านกับการกระทำของตัวเองแม้แต่น้อย 

วันพฤหัสบดีที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2557

เมย์ ให้อภัย! แฟนเพื่อนสารวัตรโจ้ ต้นตอปล่อยข่าว

เมย์ ให้อภัย! แฟนเพื่อนสารวัตรโจ้ ต้นตอปล่อยข่าว
นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com
กลายเป็นประเด็นสาวไส้ที่ร้อนระอุตลอดทั้งวัน สำหรับประเด็น เมย์ พิชญ์นาฏ โพสต์แฉ สารวัตรโจ้  ต้นเหตุมาจากผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Ann... กล่าวพาดพิงสาวเมย์ในทางเสียหาย เจ้าตัวจึงโต้ตอบกลับด้วยการตีแผ่ถึงพฤติกรรมของ สารวัตรโจ้ ออกมาแบบรัวๆ ซึ่งงานนี้เพื่อสาวคนหนึ่งของเมย์ ได้เปิดเผยว่าเจ้าของเฟซบุ๊กต้นตอปล่อยข่าวเสียหายทั้งหมดชื่อ 'แอน' ซึ่งเป็นแฟนของเพื่อนสารวัตรโจ้นั่นเอง
ล่าสุด มีเฟซบุ๊กอีกชื่อหนึ่งได้ออกมาขอโทษสาวเมย์ ที่ได้พาดพิงให้ร้าย พร้อมทั้งยืนยันว่า สารวัตรโจ้ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง หรือจ้างเธอมาพูดตามที่หลายคนเข้าใจ โดยข้อความระบุว่า
"ดิฉันเป็นเจ้าของ facebook Ann......
ดิฉันอยากกราบขอโทษและขออภัยกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น ที่กำลังเป็นข่าวอยู่ขณะนี้ ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมของดิฉัน ดิฉันรู้สึกผิดและเสียใจมากที่กล่าวโพสต์ข้อความไม่เหมาะสมดังกล่าว ที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และชื่อเสียงของ คุณเมย์ พิชญ์นาฏ และสารวัตรโจ้ ดิฉันจึงอยากกราบขอโทษในการกระทำของดิฉัน ที่สร้างข้อความทำให้คุณเมย์และสารวัตรโจ้เกิดความผิดใจกัน ซึ่งสารวัตรโจ้ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวใดๆ ในเรื่องนี้ ต่อไปจะไม่มีการพูดถึงเรื่องดังกล่าวนี้อีกต่อไป จะมีสติและไตร่ตรองข้อมูลที่ได้รับให้รอบคอบมากกว่านี้
ทั้งนี้ สารวัตรโจ้ไม่เคยมีการกล่าวถึงคุณเมย์ลับหลังในทางเสียหายแต่อย่างใด ดิฉันได้รับเรื่องราวผ่านทางคนอื่นมาอีกที ซึ่งดิฉันไม่ได้รู้จักบุคคลทั้งสองเป็นการส่วนตัว ดังนั้น ดิฉันจึงต้องกราบขอโทษจากใจและเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นจริงๆ ค่ะ และกราบขอโทษแทนเพื่อนๆ ในเฟซบุ๊กทุกคนที่ได้กล่าวพาดพิงบุคคลทั้งสองในทางเสียหาย มา ณ ที่นี้ด้วยเช่นกัน"
ทางด้าน เมย์ พิชญ์นาฏ ก็ได้แคปภาพข้อความที่อีกฝ่ายขอโทษ มาลงในอินสตาแกรม พร้อมกล่าวให้อภัยสั้นๆว่า "ให้อภัยค่ะ"

ญาติขอขมาเจ้าที่ พบ 2 ศพสุดท้ายตึกถล่ม

ญาติขอขมาเจ้าที่ พบ 2 ศพสุดท้ายตึกถล่ม
ขอขอบคุณภาพจาก เฟซบุ๊กกลุ่มคนอาสา กู้ชีพ กู้ภัย Thailand
นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com
จากกรณีอาคารกำลังก่อสร้างยูเพลสคอนโด ย่านถนนเลียบคลองหก ที่ถล่มลงมาทับคนงานจนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก เมื่อวันที่ 11 ส.ค. ที่ผ่านมา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (14 ส.ค.) เมื่อเวลา 23.00 น. นางนิตยา สุขสม อายุ 36 ปี และนายธีระพล โคกแป๊ะอายุ 21 ปี ซึ่งเป็นญาติของผู้เสียชีวิต ที่ได้ติดตามทีมกู้ภัยระดมกำลังช่วยกันค้นหาศพที่เหลืออยู่ ได้เข้ามาจุดธูปขอขมาบอกกล่าวเจ้าที่เพียง 5 นาที เจ้าหน้าที่ก็พบศพเพิ่มอีก 2 ศพบริเวณโซนดี ซึ่งถูกทับด้วยแผ่นคอนกรีตขนาดใหญ่ จึงช่วยกันนำร่างออกมาที่เต็นท์พิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล โดยนางนิตยายืนยันว่าเป็นศพของนายธวัชชัย สุขสม อายุ 25 ปี ซึ่งเป็นอดีตสามีโดยได้แยกทางกันอยู่ ส่วนอีกศพที่อยู่ใกล้เคียงกัน นายธีระพล โคกแป๊ะ ยืนยันว่าศพที่พบเป็นศพของนายพุฒิ โคกแป๊ะ อายุ 52 ปี เป็นบิดาของตนเอง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกลักษณ์ได้ลงบันทึกข้อมูล ก่อนที่จะนำศพผู้เสียชีวิตทั้งสองรายไปเก็บไว้ที่ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เพื่อชันสูตรอย่างละเอียดต่อไป
ทั้งนี้ ภายหลังที่สามารถช่วยเหลือนำร่างผู้เสียชีวิตคนสุดท้าย ตามคำบอกเล่าของพยานและหลักฐานจนครบทั้งหมดแล้ว เมื่อเวลา 23.10 น. เจ้าหน้าที่จึงได้ถอนกำลังออกจากพื้นที่ ซึ่งยอดของผู้เสียชีวิตล่าสุดขณะนี้อยู่ที่ 14 ราย และยังไม่พบว่ามีญาติของคนงานรายใดแจ้งว่ามีผู้สูญหายเพิ่มเติมด้วย

หนุ่มฟลอริดาโหด! ใช้โปรแกรม iPhone หาที่ซ่อนศพเพื่อน

หนุ่มฟลอริดาโหด! ใช้โปรแกรม iPhone หาที่ซ่อนศพเพื่อน
นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com
หนุ่มฟลอริดาฆาตกรรมเพื่อนที่เป็นรูมเมทตัวเองด้วยโปรแกรมจาก iPhone หลังรู้สึกหึงหวงที่ไปคบกับแฟนเก่าตน
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า "บราโว" หนุ่มชาวฟลอริดา วัย 20 ปี ได้ทำการบีบคอและลักพาตัวชายหนุ่มรายหนึ่ง เมื่อช่วงเดือน ก.ย. ปี 2012 โดยบราโวได้ทำการลักพาตัวหลังจากที่ชายหนุ่มคนนั้นได้กลับมาจากการเดท ซึ่งคนที่ชายหนุ่มคนนั้นเดทด้วยก็คือ แฟนเก่าของบราโว และหลังจากผ่านไป 1 อาทิตย์ บราโวก็ได้ตัดสินใจฆ่าและฝังศพของชายหนุ่มคนนั้นลงในหลุมศพที่อยู่ใกล้ๆ ป่า
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบข้อมูลสำคัญของบราโว นั่นคือ iPhone เพราะสมาร์ทโฟนได้แสดงให้เห็นว่าเขานั้นมีการใช้งานฟังก์ชัน flashlight ทั้งหมด 9 ครั้ง ตั้งแต่เวลา 23.31 น. ถึง 12.01 น. ของวันถัดมา ซึ่งระยะเวลาที่มีการใช้ฟังก์ชันนี้ตรงกับช่วงเวลาที่ชายหนุ่มคนนั้นสูญหาย และเขาใช้ฟังก์ชันตัวดังกล่าวเพื่อหลบซ่อนตัวอยู่ในป่า นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้พบว่าเขานั้นใช้โปรแกรม Siri โดยถามว่า "ฉันอยากจะเอารูมเมทของฉันไปซ่อน" ซึ่งโปรแกรม Siri ก็ได้ตอบรับมาว่า "สถานที่ลักษณะไหนที่คุณกำลังมองหา?" "หนองน้ำ, อ่างเก็บน้ำ, ที่หล่อโลหะ หรือจะเอาไปซ่อนในป่าดี"

โฆษณาเสื้อโปโล

เสื้อสกรีน ขายส่งเสื้อยืด คอกลม เสื้อยืดขายส่ง