หลังจากเมื่อคืนได้ว่ายน้ำ ส่งออก กำลังกายไปมากพอสมควร
ตื่นมาก็รู้สึก หิวแต่ไม่มาก เนื่องจากเมือคืน นำเข้า ไปมากเช่นกัน
อาหารเช้า ที่คนอ้วนอย่างผมกิน ก็ หนีไม่พ้น 7-11 อีกเช่นเคย
วันนี้ มีเก่ามาตั้งใหม่ แทนที่ ขนมปลาหมึกยักษ์เมื่อวาน นั่นก็คือ
น้ำดำน้องใหม่ที่ กำลัง ส่งความซ่าให้กับวัยรุ่นไทยอย่างเมามัน
มาแทนที่ เจ้าเก่าอย่าง Pepsi ด้วยความที่เป็นน้องใหม่ เลยต้อง
จัดโปรโมตชั่นอย่างสม่ำเสมอครับ พูดถึง Pepsi กับ EST
ก็หนีไม่พ้น บริษัท เสริมสุข ที่มีปากเสียงกับ
Pepsi Co ตั้งแต่ปีสองปีก่อน
จะเล่าง่ายๆ คร่าวๆ ก็ ทาง Pepsi มาบอกจะมา
TakeOver เสริมสุข ผ่าน โบรคเกอร์สิงคโปร แบบงงๆก๋งๆ
และการเจรจาก็เกิดใน บรรยกาศที่แย่มากๆ
ประมาณว่า ลื้อ ไม่ขาย อั๊ว จะไม่ต่อสัญญาแล้วนะ
เสริมสุขแทบจะล้มทั้งเป็น เพราะไม่เคยคิดมาก่อน
ไม่มีการเตรียมการณ์ และจำเป็ต้องหยุดสายการผลิตแบบดื้อๆ
ทำให้ประชาชนอดกิน Pepsi ขวดแก้วในชั่วนั้น(ปี2554) และ คงตลอดไปครับ
แต่สงครามน้ำดำก้ไม่ได้หยุด ณ ตอนนั้น
เพราะว่า เจ้าพ่อเครื่องดื่มยักษ์ใหญ่ ในเมืองไทย
ไม่อยู่นิ่งแน่นอนครับ พี่ใหญ่อย่างโอสถานุเคราะห์
เจ้าของเอ็มร้อยห้าสิบ และ เจ้าสัวเบียร์ช้าง
ขาใหญ่ตัวจริงกระโดดลงมาช่วย
เสริมสุขเปรียบเสมือน พยัคฆ์ติดปีก
ปิดช่องทางจำหน่ายเดิมของ Pepsi
อย่างไร้ความปราณี อย่างที่ Pepsi ทำกับเสริมสุขใน ยกแรก
ร้านเป็ดพะโล้แต้จิ๋ว ของผมก็อยู่ในช่องทางจำหน่ายเช่นกัน
พี่เสริมสุขหยุด ส่ง Pepsi แล้วส่ง Est มาให้ น้องเป็ดแทน
น้องเป็ดก็ต้องรับเช่นกัน และ ลูกค้า เตี๋ยวเป็ด สั่งเป๊ปชี่ กินไม่ได้
ก็ต้องกิน Est ตามความต้องการของ เสริมสุขครับ
และที่สำคุณ สำหรับการตลาดที่ เสริมสุขได้เปรียบนั้น นั่นก็คือ
ตู้แช่ โต๊ะเก้าอี้ ร่ม ป้ายโฆษณา รถส่งน้ำ ต่างๆ
ที่มีโลโก้เก่านั้นโดนเปลี่ยนเป็น Est ในเวลาไม่ช้า
ทำให้ Pepsi ลงไปนับสิบ มึนงง และ ลุกไม่ขึ้นในเวที น้ำดำ ...

Pepsi เคยเป็น จ้าวแห่งน้ำดำใน ประเทศไทย
และ ประเทศไทยก็เป็นประเทศที่ Pepsi ขายดีกว่า โค๊ก แต่ศึกนี้
แพ้อย่างราบคาบ กับ น้องใหม่ อย่าง Est แต่แล้ว Pepsi
ก็ไม่ละความพยายาม ก็ออกมาประกาศ สงครามอีกครั้ง
ในเวทีน้ำดำว่า จะทวงคืน เจ้าใหญ่แห่งน้ำดำภายใน 2 ปี (ประกาศตอน 2556)
สงครามนี้จะสนุกแค่ไหน เราก็ต้อง รอชมกันอย่างใกล้ชิดครับ



ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น